Monday, June 13, 2011

MarketWatch: "ฟิลิป คอตเลอร์" มองเอเชียผงาด ในศตวรรต21

เรื่องราวจาก Phillip Kotler ครับ...น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับทิศทาง การตลาดในยุค 3.0 เช่นนี้ ครับ......


จีนขับเคลื่อน กลุ่มประเทศในเอเชียหนุน

นายศักดิ์ชัย เรืองกิตติกุล อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สมาคมการตลาแห่งประเทศไทย และเลขานุการ  AMF Foundation ตัวแทนจากประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานประชุมประจำปีของสหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย (Asia Marketing Federation - AMF )  ที่บาหลี ประเทศอินโดนิเซีย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา  โดยมีแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหารท้องถิ่นและนานาชาติ รวมทั้งนักการตลาดจากเอเชียกว่า 10 ประเทศ ญี่ปุ่น จีน ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และแคนาดา กว่า 1,000 คน ร่วมการประชุม
"ฟิลิป คอตเลอร์" ปรมาจารย์ด้านการตลาดของโลก  มองเอเชียผงาดในศตวรรตที่ 21 สู่ยุคการตลาดในเอเชีย ผ่าน Marketing 3.0 ธุรกิจต้องร่วมรับผิดชอบต่อส่วนรวมและสังคมที่ลึกกว่าเดิม ช่วยเหลือสังคม ขจัดความยากจน ป้องกันสิ่งแวดล้อม
การประชุมครั้งนี้ "ฟิลิป คอตเลอร์" ปรมาจารย์ด้านการตลาด รับดำเชิญเข้าร่วมการประชุม และยังเป็นปีที่ปรมาจารย์ท่านนี้ครบรอบอายุ 80 ปี  โดยยังได้ร่วมเป็นประธานในการเปิด พิพิธภัณฑ์การตลาด 3.0 ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์การตลาดแห่งแรกของโลก ตั้งอยู่ในเมืองอูบุด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของบาหลี  
 
ยุคทองเอเชีย จีนพลังขับเคลื่อน
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ฟิลิป คอตเลอร์ ได้พูดถึงแนวโน้มของการตลาดในเอเชีย ว่า ในศตวรรตที่ 21 นี้ จะเป็นยุคของการตลาดในเอเชีย ไม่ว่าจะดูในด้านอัตราการเติบโตและการพัฒนาเทคโนลียี โดยมีประเทศจีนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ หลังจากที่ปล่อยให้ยุโรปครอบครองในศตวรรษที่ 19 และอเมริกา เป็นผู้นำในศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา  โดยในยุคนี้ ซึ่งเรียกว่า  Marketing 3.0 มีการเพิ่มเติมสาระใหม่จาก  Legacy Marketing ในยุค 1.0และ 2.0 คือ ครอบคลุมทั้ง Functional Value, Emotional Value และ ต้องเข้าถึง Human Spirit
การตลาดถูกพัฒนาขึ้นเป็นลำดับจาก  Marketing1.0 คือมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตลาด เน้นหลัก 4Ps เป็นหลัก คือ Product/ Price/ Place/ Promotion  พื้นฐานที่ทำให้เกิดการซื้อหรือกระตุ้นตลาด เป็นยุคทองของผู้ผลิต ผู้ขาย คุณค่า เน้นที่ฟังก์ชั่นนอลแวลู่ และ Marketing 2.0  เรียกว่า STP Segmentation คือการแบ่งตลาดตามกลุ่มเป้าหมาย และการวางตำแหน่งเพื่อครองใจลูกค้า หาจุดเด่นสร้างแรงจูงใจ สร้างตำแหน่งใน customer’s minds ตามด้วย CRM : Customer Relationship Marketing ซึ่งในปัจจุบันได้พูดถึง CEM: Customer Experience Management  สร้างเครือข่ายเครือข่ายลูกค้า โดยเฉพาะในยุคสังคมออนไลน์ สร้างความเชื่อใจกันเอง  เชื่อใน แบรนด์ และ บริษัท ในยุคนี้ให้ความสำคัญเรื่อง CSR: Corporate Social Responsibility แต่ก็เป็นคนดีของสังคม ยุคนี้เพิ่ม Emotional Value เข้าไปคู่กับ Functional Value
เอเชียผงาด Marketing 3.0
สำหรับในยุค  Marketing 3.0  ฟิลิป คอตเลอร์  เน้นว่า บริษัทผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวมและสังคมลึกกว่าเดิม ช่วยเหลือสังคม ขจัดความยากจน ป้องกันสิ่งแวดล้อม การคงอยู่ของมนุษยชาติไม่ใช่แค่สโลแกนที่สวยหรู ไม่ใช่แค่ทำ transaction  ต้องฝังลึกในรากเหง้า หรือ DNA ของบริษัท Corporate Mission/ Vision /Value จริงจัง ยั่งยืน ตอบสนองต่อจิตวิญญาน ของลูกค้าได้อย่างแท้จริง การตลาดจะไม่แค่มุ่งเน้น การวางตำแหน่งในMind ผู้บริโภค หรือการผูกใจ Heart ผู้บริโภค แต่ต้องเข้าไปถึงจิตวิญญาน Spirit จนเกิดเป็นลัทธิ หรือสถาบัน การตลาดไม่ได้อยู่แค่ Content แต่ต้องมีContext ที่ดีเป็นเครือข่ายกัน ตั้งแต่ ผู้ป้อนวัตถุดิบ ลูกจ้างหรือพนักงาน คู่ค้า พันธมิตรช่องทางจำหน่ายต่างๆ จนถึงผู้ถือหุ้นสร้าง Value ใหม่ได้ SBE Social Business Enterprise บริษัทที่มุ่งหวัง แก้ไขปัญหา สังคมที่ยุ่งเหยิงมีแต่ความขัดแย้ง แก้ปัญหาความยากจน และความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ชีวิตประจำวันของคนดีขึ้น ผ่านพันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยมของบริษัท คุณค่าที่เน้น ในยุคนี้คือ Spiritual Value & Creative Value ให้กับลูกค้า นอกจาก Functional Value & Emotional Value
แนวคิดแบรนด์ใหม่ด้วย 3i Model
การสร้างแบรนด์ในความคิดใหม่ยุค 3.0 ภายใต้โมเดล 3i  คือ 1. Brand Identity  เน้นสร้างจุดยืนใน customer’s mind เหตุผลว่าแบรนด์ดีอย่างไร แตกต่างจากคนอื่นอย่างไร  2.Brand Image เน้นภาพลักษณ์ -ประสบการณ์ และ 5  ด้าน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เพื่อสร้างอารมณ์ลูกค้า 3.Brand Integrity คุณงามความดี  การสร้างความน่าเชื่อถือ  การมีรางวัล หรือมีมาตรฐานการรับรอง การยืนยัน นอกจากพื้นฐานยังมีการทำเพื่อสังคม ประเทศชาติ สิ่งแวดล้อม หรือส่วนรวม ซึ่งโมเดล 3i  จะช่วยให้แบรนด์มีการสร้าง 3 มิติ คือ เหตุผล อารมณ์ และจิตวิญญาน  มองลูกค้าเป็นคนที่มีจิตวิญญาน ต้องการมีส่วนร่วมทั้งส่วนตัวและสังคม  โดยฟิลิป คอตเลอร์ เตือนให้บริษัทรวมทั้งนักการตลาดเตรียมความพร้อม ด้วยแนวคิดที่เรียกว่า A-F Model ประกอบด้วย Activator / Browser / Creator / Developer / Executor / Financier ที่จะถูกเปิดตัวให้เห็นในเร็วๆนี้ 
ในการประชุมครั้งนี้ ฟิลิป คอตเลอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น AMF Honorary Fellow ผู้ทรงคุณวุฒิกิติมศักดิ์ของ AMF เป็นคนแรก
  

No comments:

Post a Comment

Power of everything

สวัสดีครับ      ยอมรับว่าห่างหายไปจากการ ทำ Blog ตนเองกว่า 1 ปี ...... ไม่ได้หลงลืม หรือ ขาดความสนใจสำหรับการเขียน Blog หรือ หาข้อมูล ...